ข่าวประชาสัมพันธ์: รมว.ศธ. มอบนโยบาย 23 ก.พ.2556



ฯพณฯ นายพงษ์เทพ  เทพกาญจนา
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

มอบนโยบาย  23  กุมภาพันธ์  2556  เวลา  13.30 น.
ณ  หอประชุมไพรพะยอม  มหาวิทยาลัยรราชภัฏอุบลราชธานี




นายวันชัย  สุทธิวรชัย  ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี  กล่าวต้อนรับ



 





นายศักดิ์สิทธิ์  ทวยทน  นายกสมาคมรองผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมศึกษา  จังหวัดอุบลราชธานี 
พร้อมคณะ ยื่นหนังสือเรื่องเกณฑ์การย้ายสายบริหารสถานศึกษา  ต่อ นายพงษ์เทพ  เทพกาญจนา  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ










นายพงษ์เทพ  เทพกาญจนา  กล่าวพบปะและมอบนโยบาย







นายวันชัน  สุทธิวรชัย  ผวจ.อุบลฯ  พร้อมด้วย ส.ส.จังหวัดอุบลราชธานี  ประกอบด้วย ส.ส.สุพล  ฟองงาม  อดีต รมช.มหาดไทย 
ส.ส.ชูวิทย์ กุ่ย  พิทักษ์พรพัลลภ  ประธานคณะกรรมาธิการงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร  ส.ส.วรสิทธิ์  กัลป์ตินันต์  ส.ส.สุทธิชัย  จรูญเนตร  เป็นต้น 
ดร.จิรพรรณ  ปุณณเกษม ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ  ดร.เบญจลักษณ์  น้ำฟ้า  รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 
ผศ.ประชุม  ผงผ่าน  อธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ผอ.สพม.เขต 29  ผอ.สพป.อุบลราชธานี เขต 1-5 และคณะให้การต้อนรับ และร่วมรับฟังนโยบาย



คณะผู้บริหารเข้าร่วมรับฟังนโยบาย 



ผอ.บำรุง  เกื้อกูล พร้อมคณะผู้อำนวยการโรงเรียน  รองผู้อำนวยการโรงเรียนร่วมรับนโยบาย



 



มอบนโยบายผู้บริหารสถานศึกษาทุกสังกัดใน จ.อุบลราชธานี

เวลา ๑๕.๐๐ น.  รมว.ศธ.มอนโยบายแก่ผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่อุบลราชธานีทุกสังกัดของ ศธ.จำนวนกว่า ๒,๐๐๐ คน ที่หอประชุมไพรพะยอม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี

รมว.ศธ.กล่าวภายหลังรับชมวีดิทัศน์รายงานผลการดำเนินงานตามนโยบ ายรัฐบาลด้านการศึกษาของสถาบันการศึกษาในจังหวัดอุบลราชธานีว่า ต้องขอชื่นชมการดำเนินงานของจังหวัดที่สามารถตอบสนองนโยบายได้เ ป็นอย่างดี โดยได้ฝากให้สถาบันสนับสนุนส่งเสริมการดำเนินงานในเรื่องต่างๆ ดังนี้

- คุณภาพของนักเรียนนักศึกษา  ในโลกยุคปัจจุบันเราแข่งขันกันที่คุณภาพของคน แต่ขณะนี้คุณภาพของนักเรียนนักศึกษาไทยยังสู้ประเทศเพื่อนบ้านอ ีกหลายประเทศไม่ได้ ซึ่งเด็กยุคใหม่แตกต่างจากเด็กสมัยก่อนที่เรียนรู้จากหนังสือเพ ียงไม่กี่เล่ม แต่ในสมัยนี้สามารถเรียนรู้จากข้อมูลความรู้ที่มีความหลากหลาย เข้าถึงได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งข้อมูลต่างๆ ก็มีการเปลี่ยนแปลงแทบทุกวัน เด็กจึงไม่จำเป็นจะต้องท่องจำข้อมูลต่างๆ หรือหาข้อมูลจากห้องสมุดอีกต่อไป เพียงแค่มีโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนก็สามารถหาข้อมูลได้แล้ว แต่ต้องรู้วิธีหาความรู้ หาข้อมูล ต้องมีนิสัยใฝ่รู้และชอบค้นคว้า โดยท่องจำเฉพาะความรู้หลักกว้างๆ หลักเกณฑ์หรือเรื่องพื้นฐาน และต้องมีความสามารถในการวิเคราะห์ ตรวจสอบ และมีความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นกระบวนการเรียนรู้อีกแบบหนึ่งในการสร้างคนแบบใหม่

ประเทศที่พัฒนาแล้วในหลายประเทศมีผู้คนคิดค้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ นวัตกรรมที่สร้างรายได้ให้กับประเทศอย่างมหาศาล เป็นผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากสมองคน จากความคิดสร้างสรรค์ เช่น iPhone  ซึ่งในประเทศไทยเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศจีน เกาหลีใต้ ไต้หวัน ที่ได้พัฒนาสินค้าผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ พร้อมทั้งจดสิทธิบัตรจำนวนมาก ในขณะที่ประเทศไทยมีการจดสิทธิบัตรน้อยมาก จึงต้องการส่งเสริมเด็กรุ่นใหม่ให้มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ โดยจะต้องสนับสนุนและฝึกเด็กตั้งแต่ระดับประถมศึกษาให้มีความใฝ ่รู้ มีความคิดสร้างสรรค์ และต้องการเพิ่มผู้เรียนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยให้มีรากฐานความรู้ด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ตั้งแต่ระดั บประถมศึกษาและมัธยมศึกษา เพื่อต่อยอดการเรียนต่อในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในระดับอุ ดมศึกษาต่อไป

- การเพิ่มสัดส่วนผู้เรียนสายอาชีวศึกษา  ศธ.ต้องการจะยกระดับการเรียนสายอาชีวะ โดยเพิ่มสัดส่วนของสายอาชีวะต่อสายสามัญ ๓๐:๗๐ เป็น ๕๐:๕๐ จึงได้ดำเนินการขยายการเรียนสายอาชีวะในระดับปริญญาตรี นักเรียนนักศึกษาไม่จำเป็นต้องไปเรียนต่อปริญญาตรีในสายสามัญอี ก โดยขอให้สถาบันการอาชีวศึกษาช่วยประชาสัมพันธ์ให้นักเรียนนักศึ กษาทราบและขอให้มั่นใจว่า เมื่อเรียนสายอาชีวะจบแล้วจะมีงานทำแน่นอน และขอให้ช่วยจูงใจให้มีเด็กเข้ามาสู่สายอาชีวะเพิ่มขึ้น เพราะจะได้มีโอกาสฝึกงานระหว่างเรียนในสถานประกอบการที่มีความร ่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา เมื่อจบการศึกษาแล้วก็สามารถทำงานได้ทันที

- การส่งเสริมภาษาอังกฤษ  จากการได้รับฟังการกล่าวต้อนรับของตัวแทนนักเรียนโรงเรียนเบ็ญจ ะมะมหาราชทั้ง ๓ ภาษา คือ อังกฤษ จีน และญี่ปุ่น ก็ต้องขอชื่นชมในความสามารถทางด้านภาษาของนักเรียน แต่สิ่งที่ ศธ.ต้องการเห็นคือการยกระดับความสามารถทางด้านภาษาอังกฤษของนัก เรียนส่วนใหญ่ให้ดีขึ้น อย่างไรก็ตามในส่วนของเด็กอัจฉริยะ เด็กเก่งในด้านภาษาต่างๆ ก็คงต้องมีอยู่ โดยส่งเสริมสนับสนุนให้เด็กกลุ่มนี้มีสำเนียงภาษาเหมือนคนอังกฤ ษหรืออเมริกันก็จะเป็นเรื่องที่ดี ซึ่งแต่ละโรงเรียนก็จะมีระบบการเรียนการสอนในหลายรูปแบบ เช่น ห้องเรียน English Program : EP ห้องเรียน Mini English Program : MEP  โครงการ English for Integrated Studies : EIS เป็นต้น

การยกระดับการเรียนรู้ด้านภาษาของนักเรียนทั้งหมดขึ้นมา เพื่อให้สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษซึ่งเป็นภาษากลางของอาเซียนได้ จะต้องส่งเสริมให้มีความกล้าในการสื่อสารมากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องมีสำเนียงเช่นเดียวกับเจ้าของภาษา แต่ขอให้สามารถสื่อสารได้ ดังเช่นคนไทยที่ไปอยู่ในต่างประเทศเป็นเวลานานๆ ก็ยังพูดภาษาอังกฤษในสำเนียงไทยแต่สามารถสื่อสารกับชาวต่างประเ ทศได้

 การวิจัย  ขอให้ทำการวิจัยเพื่อนำผลไปใช้ให้เกิดประโยชน์ เกิดผลดีต่อภาคอุตสาหกรรม ภาคการผลิต ภาคการเกษตร สามารถนำความรู้ไปต่อยอดได้ โดยผู้วิจัยต้องไปสอบถามความต้องการด้านการวิจัยของภาคต่างๆ เช่น การผลิตสินค้าของกลุ่ม OTOP ซึ่งงานวิจัยเรื่องการพัฒนาสินค้าไม่ได้มีความซับซ้อ นมากมายนัก แต่ชาวบ้านผู้ผลิตไม่มีองค์ความรู้ในเรื่องเหล่านี้ ซึ่งในส่วนของสถาบันการศึกษาสามารถทำให้ได้ ก็จะส่งผลให้คนเห็นความสำคัญของงานวิจัย เพราะชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์จากงานวิจัย เมื่อถึงเวลานั้นงบประมาณด้านการวิจัยก็จะได้รับการสนับสนุนเพิ ่มมากขึ้น

- การเข้าสู่ประชาคมอาเซียน   การเข้าสู่ประชาคมอาเซียนจะมีทั้งวิกฤตและโอกาส อันดับแรกที่เราต้องรู้ คือเมื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียนจะเกิดอะไรขึ้น สถาบันการศึกษาต้องให้ความรู้แก่ประชาชนและนักเรียนนักศึกษาว่า จะใช้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงในเรื่องเหล่านี้ได้อย่างไร เช่น เราสามารถบุกเบิกกิจการต่างๆ ไปยังต่างประเทศได้สะดวกขึ้น ซึ่งการจะบุกเบิกได้เราต้องมีความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับเพื่อนบ ้านอย่างรอบด้าน เช่น มีคนมาบอกว่าให้เรียกพม่าว่าเมียนมาหรือเบอร์มา เพราะการออกเสียงคำว่าพม่าในภาษาเมียนมาแปลว่าโสเภณี หากเรื่องนี้เป็นความจริงนี่ก็คือข้อมูลส่วนหนึ่งที่เราจะต้องบ อกให้คนของเราได้รู้ รวมทั้งเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จะทำอย่างไรให้เราอยู่ร่วมกันได้ สามารถค้าขาย มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เป็นส่วนที่สถาบันการศึกษาสามารถเตรียมตัวคนของเราได้

ในอดีตการที่ชาวตะวันตกเดินทางเข้ามาในเอเชียก็อาศัยความรู้ที่ มีมากกว่า เขามองเห็นอนาคตของเรา เพราะอนาคตของเราเป็นอดีตของเขา เขาจึงคาดการณ์ได้ดีกว่าเรา ได้เปรียบเราจากการที่มีภูมิความรู้ มีประสบการณ์มากกว่า ซึ่งไทยเองก็เช่นกัน ไทยต้องรู้เรื่องตลาดหลักทรัพย์ดีกว่าลาว เพราะไทยมีตลาดหลักทรัพย์มากว่า ๔๐ ปีแล้ว ในขณะที่ลาวเพิ่งมีตลาดหลักทรัพย์เพียงไม่กี่ปี แน่นอนว่าเราได้เปรียบลาวเพราะรู้อยู่แล้วว่าตลาดหลักทรัพย์มีพ ัฒนาการอย่างไร และจะเกิดอะไรขึ้นอีกบ้าง แต่ลาวจะมองเห็นอนาคตไม่เหมือนเรา นี่คือโอกาส เป็นโอกาสในการใช้ความรู้ ประสบการณ์ และมุมมองในการคาดการณ์ได้ดีกว่าและกว้างไกลกว่า แต่เราจะไม่นำความได้เปรียบต่างๆ มาเอาเปรียบเพื่อนบ้าน เพราะจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างกัน

- คอมพิวเตอร์แท็บเล็ต  การที่รัฐบาลแจกแท็บเล็ตให้กับนักเรียน ป.๑ เมื่อปี ๒๕๕๕ และในปี ๒๕๕๖ จะแจกให้กับนักเรียน ป.๑ และ ม.๑ นั้น มีจุดประสงค์ให้นักเรียนได้นำแท็บเล็ตไปใช้ที่บ้าน เพื่อนักเรียนจะได้นำไปเรียนรู้กับพ่อแม่ ซึ่งพ่อแม่บางคนอาจจะยังไม่คุ้นเคยกับแท็บเล็ต ก็จะได้เรียนรู้การใช้แท็บเล็ต และในอนาคตหากสามารถออนไลน์ได้ก็จะใช้เป็นประโยชน์เพิ่มขึ้นได้ อีก นอกจากนี้แท็บเล็ตมีอายุการใช้งาน โดยเฉพาะแบตเตอรี่มีอายุเพียง ๓ ปี ฉะนั้นระหว่างที่ใช้งานได้ต้องใช้ให้คุ้มค่า หากเครื่องจะเสียบ้างหรือหายบ้างก็คงไม่เป็นไร ขอให้ได้ใช้ประโยชน์จากแท็บเล็ตอย่างคุ้มค่าที่สุด




ภาพ/ข่าว    :   อติคุณ  ตระการไทย  วราวุธ  สว่างสุรีย์
ขอขอบคุณ  ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี






พิมพ์หน้านี้
M.T.K.- ICT TEMES
Copyright © 2009 www.mtk.ac.th